Subscription Form

สรุปประเด็น Thailand Focus 2026: Reignite Thailand หัวข้อ การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน: จากภาระต้นทุน สู่ความได้เปรียบทางการแข่งขัน

แชร์โพสต์นี้

Thailand Focus 2026: Reignite Thailand หัวข้อ “Energy Transition: From Cost Pressure to Competitive Advantage”

(การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน: จากภาระต้นทุน สู่ความได้เปรียบทางการแข่งขัน)โดย

• นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

• ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

• Mr.Yaniv Ghitis, Chief Commercial and Investment Officer, Digital Edge DC

• ผู้ดำเนินรายการ: ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

• รัฐบาลได้ปรับปรุงมาตรการและกฎระเบียบเพื่อให้มั่นใจว่าการเข้ามาของดาต้าเซ็นเตอร์จะไม่สร้างภาระแก่ประชาชน โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนรายใหม่รับผิดชอบต้นทุนส่วนเพิ่ม (Marginal Cost) จากการนำเข้าก๊าซเพื่อผลิตไฟฟ้า

ในขณะเดียวกันก็เพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนผ่านตลาด “สัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าโดยตรง” (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA) เพื่อให้เกิดการแข่งขันในการจัดหาพลังงานสะอาดในราคาที่ถูกลง

• แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ ครอบคลุมแผนระยะยาว 25 ปีจนถึงปี 2050 ได้วางโรดแมปการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050

โดยกำหนดสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบไว้มากกว่าร้อยละ 60 ร่วมกับการใช้เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture) และอาจผลักดันสัดส่วนพลังงานสะอาดไปได้สูงถึงร้อยละ 89 หาก Carbon Capture มีข้อจำกัดด้านต้นทุน

• รัฐบาลมีแนวทางการบริหารจัดการงบประมาณหรือวงเงินกู้เพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานจำนวน 2 แสนล้านบาท โดยจะใช้ในการสนับสนุนภาคประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยเป็นหลัก เช่น การสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาในระบบ Net Billing

ขณะเดียวกันรัฐบาลพร้อมปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัย (Grid Modernization) และดึงดูดเงินลงทุนส่วนใหญ่จากภาคเอกชนเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

• ความคลุมเครือเชิงนโยบายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของนักลงทุนมากกว่าเรื่องราคาพลังงาน ล่าสุดคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติจึงได้มีมติเชิงรุกในการยกเลิกข้อจำกัดโควตาการเข้าถึงตลาดพลังงานสะอาด 2,000 เมกะวัตต์เดิมอย่างสิ้นเชิง เพื่อสร้างความโปร่งใสและสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)

• สังคมไม่ควรตื่นตระหนกกับประเด็นการแย่งชิงทรัพยากรน้ำของดาต้าเซ็นเตอร์ เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้เทคโนโลยีระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ

นอกจากนี้ ประเทศไทยสามารถพึ่งพาโรงแยกเกลือจากน้ำทะเล (Desalination Plant) บริเวณอ่าวไทยได้โดยไม่มีความเสี่ยงด้านต้นทุนที่มากเกินไป

• การตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยช่วยรักษาฐานข้อมูลให้อยู่ในประเทศ ปราศจากปัญหาความหน่วง (Latency) ในการรับส่งข้อมูล รัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนให้ใช้ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์เทคโนโลยีที่ผลิตภายในประเทศ เพื่อป้องกันการรั่วไหลของอุตสาหกรรมในห่วงโซ่อุปทานไปสู่ภายนอก

• ระบบการศึกษาของประเทศจำเป็นต้องได้รับการยกระดับอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมเยาวชนไทยให้เติบโตไปเป็นผู้ประกอบการธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต (Internet Entrepreneur) วิศวกร และหัวหน้าทีมบริหารดาต้าเซ็นเตอร์ โดยควรผสานความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยและภาคอุตสาหกรรมในการถ่ายทอดองค์ความรู้เฉพาะทาง รวมถึงขยายโอกาสด้านอาชีวศึกษาที่สามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ระดับมหาวิทยาลัยได้

• จากประสบการณ์ในการเข้าไปลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ทั้งในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเวียดนาม พบว่าบุคลากรและทีมงานมืออาชีพของไทยเป็นที่ต้องการและเป็นที่ยอมรับของพาร์ทเนอร์ต่างชาติเนื่องจากมีทักษะในการเจรจาและการร่วมมือที่ดีเลิศ

Mr.Yaniv Ghitis, Chief Commercial and Investment Officer, Digital Edge DC

• ธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์และการยกระดับสู่ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถือเป็นเกมระยะยาว 20 ปี และเป็นการร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างบริษัทกับรัฐบาลในระยะ 20-30 ปีที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน ทางกลุ่มผู้ลงทุนประทับใจความใส่ใจเชิงนโยบายของภาครัฐ และชื่นชมมาตรการความง่ายในการดำเนินธุรกิจ (Ease of Doing Business) ภายใต้การนำของ BOI ที่ช่วยปลดล็อกขั้นตอนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

• แนวทางการออกแบบดาต้าเซ็นเตอร์ของบริษัทมุ่งเน้นการไม่กระทบต่อทรัพยากรน้ำประปาของชุมชน โดยการนำระบบน้ำหมุนเวียนแบบปิดและใช้การระบายความร้อนด้วยอากาศมาใช้งาน

อีกทั้งพร้อมที่จะสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศโดยการทำงานร่วมกับผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน และยอมแบกรับต้นทุนเพิ่มเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบเป็นภาระต่อราคาไฟฟ้าภาคครัวเรือน

• โครงการดาต้าเซ็นเตอร์แคมปัสขนาดใหญ่ของบริษัทในจังหวัดชลบุรีและระยอง จะสร้างการจ้างงานบุคลากรในประเทศไทยจำนวนมากตั้งแต่ภาคการก่อสร้างไปจนถึงวิศวกรรมระดับสูง นอกจากนี้ บริษัทยังทำงานใกล้ชิดกับผู้ประกอบการ SMEs และซัพพลายเชนของไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถและดันประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

• บริษัทเสนอแนะให้มีการจัดตั้งสมาคมอุตสาหกรรม (Industry Association) เพื่อเป็นช่องทางในการกระชับความร่วมมือและการหารืออย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงกระตุ้นการสนับสนุนนโยบายการศึกษาเพื่อเร่งพัฒนาบุคลากรทักษะสูง โดยเฉพาะการดึงนักวิทยาศาสตร์ AI และผู้เชี่ยวชาญเข้าสู่ระบบเพื่อรองรับตำแหน่งงานและอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล

แชร์โพสต์นี้

Picture of SHINESTOCK

SHINESTOCK

Related