Subscription Form
Shine Stock News

โครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังก้าวเข้าสู่วัฏจักรการการเติบโตครั้งใหม่

แชร์โพสต์นี้

การลงทุนด้าน AI กำลังก้าวข้ามจาก “ชิป” ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานโดยรอบ เมื่อระบบ AI มีขนาดใหญ่ขึ้นและกำลังไฟฟ้าต่อแร็ก (Rack Power) เพิ่มจากระดับหลายสิบกิโลวัตต์ สู่ประมาณ 600kW และในที่สุดอาจแตะระดับ 1MW ข้อจำกัดสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ชิปเพียงอย่างเดียว

แต่ย้ายไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการประมวลผล ทั้งระบบจ่ายไฟ ระบบระบายความร้อน และการรับส่งข้อมูล ซึ่งทั้งหมดต้องพัฒนาให้ทันกับศักยภาพของชิป AI โดยมี 800VDC และการเชื่อมต่อด้วยแสง (Optical Connectivity) เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในระยะถัดไป

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKPS มองเห็นการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีสำคัญ 2 ประการ ได้แก่

•800VDC ช่วยแก้ปัญหาด้านพลังงาน โดยลดกระแสไฟฟ้า โดยการเพิ่มแรงดันไฟฟ้า ลดการใช้ทองแดง และลดการสูญเสียจากการแปลงพลังงาน เมื่อกำลังไฟต่อแร็กเพิ่มสูงขึ้น

•Optical Connectivity ช่วยแก้ปัญหาการรับส่งข้อมูล เนื่องจากสายทองแดงเริ่มมีข้อจำกัดทั้งด้านความเร็วและระยะทางในการส่งข้อมูล

การเปลี่ยนแปลงทั้งสองด้านนี้จะขยายโอกาสการลงทุนจากเดิมที่เน้น GPU ไปสู่กลุ่ม Analog IC, Power Semiconductor, Power Rack, ระบบระบายความร้อน, โครงสร้างพื้นฐานของศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี Photonics

เริ่มเห็นประโยชน์ก่อนการใช้งาน 800VDC อย่างเต็มรูปแบบ

Data Center มีแนวโน้มทยอยปรับปรุงระบบ เนื่องจากการเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งหมดในคราวเดียวมีต้นทุนสูงและอาจกระทบต่อการดำเนินงาน

ขั้นตอนแรกจะเป็นการอัปเกรดอุปกรณ์ระบบไฟฟ้ารอบ AI Rack เพื่อรองรับกำลังไฟที่สูงขึ้น จากนั้นจึงค่อยขยายการใช้งาน 800VDC ในฐานะระบบจ่ายไฟที่มีประสิทธิภาพมากกว่า พร้อมทั้งปรับโครงสร้าง Data Center ในระยะถัดไป

ประเทศไทยมีโอกาสได้รับประโยชน์ตลอดช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ เนื่องจากทุกขั้นตอนต้องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบระบายความร้อน การประกอบเซมิคอนดักเตอร์ แผงวงจรพิมพ์ (PCB) ที่มีความซับซ้อนสูง และฮาร์ดแวร์สนับสนุนอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นจุดแข็งของฐานการผลิตในประเทศไทย

ผลกระทบต่อหุ้นไทย

ประเทศไทยกำลังมีบทบาทมากขึ้นในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์สำหรับ AI โดยเฉพาะในส่วน Downstream Manufacturing ซึ่งเป็นขั้นตอนการประกอบและแปรรูปเทคโนโลยีขั้นสูงให้เป็นฮาร์ดแวร์ที่พร้อมใช้งาน

แม้โรงงานผลิตชิประดับแนวหน้า (Leading-edge Fab) การออกแบบชิป เทคโนโลยี SiC/GaN และทรัพย์สินทางปัญญาด้าน Photonics ยังคงกระจุกตัวอยู่ในไต้หวัน เกาหลีใต้ และสหรัฐฯ แต่ศักยภาพด้านการผลิตของไทยที่เพิ่มขึ้น ทำให้ประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่สามารถรองรับอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้ได้

ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับธีมการลงทุนที่กล่าวไว้ก่อนหน้า กล่าวคือ AI Rack ที่มีกำลังไฟสูงขึ้นต้องการ Power Electronics, PCB ที่ซับซ้อนมากขึ้น, ระบบระบายความร้อน, การประกอบ และอุปกรณ์ด้าน Optical มากขึ้น ประเทศไทยมีฐานการผลิตในอุตสาหกรรมเหล่านี้อยู่แล้ว

ดังนั้นประโยชน์หลักจะมาจาก มูลค่าองค์ประกอบ (Content) รอบชิป AI ที่เพิ่มขึ้น มากกว่าตัวชิปเอง

-หุ้นไทยที่เกี่ยวข้องในรายงานนี้ ได้แก่

บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DELTA)

บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) (HANA)

บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) (KCE)

บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SMT)

บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (CCET)

บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (WHA)

บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) (AMATA)

บริษัท ถิรไทย จำกัด (มหาชน) (TRT)

บริษัท พี.เอส.พีสเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) (PSP)

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) (MGC)

ผลกระทบต่อ HANA: ได้อานิสงส์จาก Analog IC และ Power Semiconductor

HANA มีโอกาสได้รับประโยชน์จากห่วงโซ่พลังงาน AI ใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่

• Analog IC: HANA ให้บริการประกอบ บรรจุภัณฑ์ และทดสอบเซมิคอนดักเตอร์ (Assembly, Packaging & Testing) ดังนั้นความต้องการชิปสำหรับบริหารจัดการพลังงาน (Power Management IC) และชิปควบคุมที่เพิ่มขึ้น จะช่วยสนับสนุนปริมาณงานรับจ้างผลิต

• Power Semiconductor: HANA มีศักยภาพด้าน Power Module ผ่านธุรกิจ PMS และกำลังพัฒนา Power Module ที่ใช้เทคโนโลยี SiC สำหรับ Data Center ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทเข้าสู่ตลาด Power Semiconductor ที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการเปลี่ยนผ่านสู่ 800VDC และ AI Infrastructure กำลังสูง

ผลกระทบต่อ DELTA: 800VDC เพิ่มมูลค่าอุปกรณ์ต่อ AI Rack อย่างมีนัยสำคัญ

DELTA ถือเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดของไทย จากการมีผลิตภัณฑ์ทั้งด้านระบบจ่ายไฟสำหรับ Data Center และระบบระบายความร้อนด้วยของเหลว (Liquid Cooling)

เมื่อกำลังไฟต่อ Rack เพิ่มขึ้น ความต้องการผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น

• Power Supply Unit (PSU)

• ระบบแปลงแรงดันไฟฟ้า

• ระบบสำรองไฟ

• Switching

• Protection

• Power Management

จะเพิ่มขึ้นตาม ขณะเดียวกัน ความหนาแน่นของความร้อนที่สูงขึ้น จะผลักดันการใช้งานระบบ Liquid Cooling มากขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ DELTA

ผลกระทบต่อ KCE: AI เพิ่มมูลค่าให้ PCB ที่มีความซับซ้อนสูง

KCE มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐาน AI ผ่านความต้องการ PCB ระดับ High-end ที่เพิ่มขึ้น

AI Server ต้องใช้ PCB ที่มีจำนวนชั้น (Layer) มากขึ้น เพื่อรองรับการรับส่งข้อมูลความเร็วสูง การใช้พลังงานที่มากขึ้น และการออกแบบระบบที่ซับซ้อนกว่าเดิม

เมื่อผู้ผลิต PCB ชั้นนำของโลกจัดสรรกำลังการผลิตไปยัง PCB สำหรับ AI Server มากขึ้น อุปทานของ PCB ระดับสูงในตลาดอื่นก็จะตึงตัว ส่งผลให้บรรยากาศอุตสาหกรรมเอื้อต่อ KCE มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังปรับพอร์ตไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนสูง

ผลกระทบต่อ SMT: ได้ประโยชน์จาก Optical Connectivity

SMT อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการได้รับประโยชน์จากการเติบโตของระบบเชื่อมต่อด้วยแสงใน Data Center สำหรับ AI

ปัจจุบันเกือบ 30% ของรายได้ มาจากผลิตภัณฑ์ด้าน Optical ได้แก่

• Silicon Photonics Components

• Optical Transceivers

• Active Optical Cables (AOCs)

เมื่อ AI Data Center ขยายตัว ความต้องการระบบเชื่อมต่อความเร็วสูงจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความต้องการแบนด์วิดท์ที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนผ่านจากสายทองแดงไปสู่ Optical Interconnect

ดังนั้น SMT จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากแนวโน้มดังกล่าว

ผลกระทบต่อ CCET: ความต้องการ Storage เพิ่มขึ้น

สำหรับ CCET ความเชื่อมโยงกับ AI ที่ชัดเจนที่สุดคือธุรกิจ Storage

เมื่อ AI Training และ AI Inference สร้างข้อมูลเพิ่มขึ้น ศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องเพิ่มความจุทั้ง HDD และ SSD

CCET มีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ได้แก่

• External HDD

• PCBA สำหรับ Hard Disk

• SSD

• PCBA สำหรับ Storage Server

จึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของตลาด Storage

ผลกระทบต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมไทย (AMATA, WHA): การขายที่ดินและกำไรที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

WHA และ AMATA ซึ่งเป็นผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของประเทศไทย มีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานด้านอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์

เมื่อการลงทุน AI Capex ทั่วโลกเร่งตัวขึ้น KKPS คาดว่าจะเกิดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ระลอกใหม่เข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม

• Semiconductor

• PCB

• Advanced Electronics

KKPS ประเมินว่าจะทำให้ยอดขายที่ดินเพิ่มขึ้นประมาณ

• WHA: +2,500 ไร่ต่อปี

• AMATA: +2,000 ไร่ต่อปี

ภายใต้สมมติฐานดังกล่าว คาดว่าจะสร้าง Upside ต่อกำไร

• WHA: 17-26% ในปี 2027-2028

• AMATA: ประมาณ 27%

สะท้อนถึงความเชื่อมโยงของทั้งสองบริษัทกับวัฏจักรการลงทุนด้านเซมิคอนดักเตอร์ของไทยในระยะยาว

ผลกระทบต่อ PSP: ได้ประโยชน์จากระบบหล่อเย็นและน้ำมันหม้อแปลง

PSP มีโอกาสได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ Data Center ผ่าน 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่

• น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer Oil) ซึ่งเป็นโอกาสในระยะใกล้

• ของเหลวสำหรับระบบ Liquid Cooling ซึ่งมีศักยภาพเป็นแหล่งการเติบโตใหม่ในระยะยาว เมื่อกำลังไฟและความหนาแน่นความร้อนของ AI Rack เพิ่มขึ้น

ผลกระทบต่อ TRT: การขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้าส่งผลบวกโดยตรง

TRT มีโอกาสได้รับประโยชน์จากภาวะขาดแคลนหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่ทั่วโลก

TRT เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหม้อแปลงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพียงประมาณ 6 รายในประเทศไทย อีกทั้งยังมีจุดแข็งจากการเป็น ผู้รับจ้างผลิต (OEM) ให้กับ Siemens ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพในการรองรับความต้องการหม้อแปลงที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI และศูนย์ข้อมูลทั่วโลก

ผลกระทบต่อ MGC: จาก EV สู่ Humanoid Robot

.

MGC มีศักยภาพในการสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาวผ่านความร่วมมือกับค่ายรถยนต์จีน XPeng ซึ่งปัจจุบันได้ขยายวิสัยทัศน์จากธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ไปสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robots)

แม้ปัจจัยดังกล่าวจะยังไม่เป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะสั้น แต่ก็เปิดโอกาสให้ MGC ได้รับอานิสงส์ทางอ้อมจากการเติบโตของระบบนิเวศ Physical AI ในอนาคต

แชร์โพสต์นี้

Picture of SHINESTOCK

SHINESTOCK

Related